Home > Hippo's Journal > Hippo in US – ฮิปโปจังจะตั้งใจเรียน

Hippo in US – ฮิปโปจังจะตั้งใจเรียน

สวัสดีครับ

ปอ อีกแล้วล่ะคับ
นับตั้งแต่วันแรกที่มาถึงอเมริกา จนถึงวันนี้ก้อนับเวลาได้ หนึ่งเดือนครึ่งพอดี
เรียกว่าพอจะปรับตัวใช้ชีวิตอยู่ได้ ไม่อดตาย
เรื่องกลัวฝรั่งหายไปตั้งเยอะ
เดี๋ยวนี้กล้าสู้หน้ามากขึ้นแล้วฮับ
แต่ก้อยังมีปัญหาเรื่องการพูดคุยอยู่ดี
ได้ข่าวว่าพายุพึ่งเข้าฟรอริด้าเป็นลูกที่สาม สร้างความเสียหายไม่น้อย
โชคดีก้อคือยังห่างจากรัฐอินเดียน่าพอสมควร อากาศเลยยังไม่หนาวมาก
ที่โชคไม่ดีก้อคือพายุไม่มีทีถ้าว่าจะเข้ามาอินเดียน่าเลย น่าเสียดาย..
ถ้าเข้ามา ก้อได้หยุดเรียนอะดิ อิอิ
 
วันนี้วันที่ 30 กันยายน 2004 เป็นอีกวันนึงที่มานั่งเขียนอีกครั้ง
เป็นเช้าวันแรกที่ผมตื่นสายแล้วไปเข้าชั้นเรียนไม่ทัน
คลาสเรียนเริ่มเก้าโมงตรง ผมตื่นสิบโมงสี่สิบห้าครับ
ลืมตาโพลง แลขวาหันไปมองนาฬิกา นาฬิกาบอกเลขสวยๆงามๆว่า 10.45
หน้าซีดเป็นไข่ต้ม..
เอ่อ ไม่น่าเดินไปกดนาฬิกาปลุกแล้วนอนต่อเลยง๊าา
นิสัยนี้คงเป็นกันหลายๆคน กรุณาอย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะคับ

เลยทำให้ได้คิดว่าการเรียนของปอนี่ท่าทางน่าเป็นห่วงจริงๆ
จะขอเล่าสภาพสถานการ์ณการเรียนของกระผมให้ฟัง(อ่าน)กัน

เปิดเทอมใหม่ๆ อะไรๆมันก้อน่าตื่นเต้นไปหมด
เริ่มตั้งแต่การตามหาห้องเรียนกันเลย
วิชาแต่ละวิชาจะอยู่คนละตึกคนละที่
ชั่วโมงก่อนเข้าเรียนจะมีคนเดินกันเต็มไปหมด เรียกว่าเดินกันพัลวันเลยเชียวแหละ
ไอ้เราก้อนักเรียนใหม่ วันแรกซะด้วย สถานที่อะไรก้อไม่รู้จัก
เวลาเดินทางต้องเดินถือแผนที่ไปด้วย ให้ความรู้สึกแปลกไม่น้อย

"Sl 130 เอสแอลหนึ่งสามสูน อืมมม มันอยู่ไหนหว่า" ผมดูว่าที่จะต้องเรียนอยู่ห้องไหน
อ่า อยู่คนละฟากกะที่อยู่เราเลยนี่หน่า ไกลจัดๆ เดินประมาณยี่สิบนาทีได้
ว่าแล้วก้อสะพายเป้ออกเดินทาง
ออกก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง
ต้องเผื่อเวลาไว้หน่อย เผื่อหลงเผื่อขาด ได้ข่าวว่าฝรั่งเขาถือเรื่องตรงเวลา
ถ้าถามว่าทำไมต้องเดินด้วยล่ะ ไม่มีรถรับส่งรึไง ทางก้อตั้งไกล
ตอบ มีคับ
แต่ว่ารถรับส่งที่นี่ไม่ดีเลยคับ
รถมีน้อย ประมาณสิบห้านาทีมาคันนึง อันนี้ไม่เท่าไหร่ มันมาไม่ตรงเวลาน่ะสิคับ
ถ้าจะรอรถบัส เวลารอมันเสียวว่าจะไปไม่ทันนี่สิ เมื่อไหร่จะมาซักที ว้ากกกกก
จะกลายเป็นโรควิตกจริตแทน สู้เดินไปจะดีกว่าสบายใจกว่าเยอะ

แต่นั่นก้อยังไม่ใช่เหตุผลจิงๆยังมีอีกผลนึง
ที่ไม่ขึ้นรถบัสเพราะว่าหมั่นไส้คับ
ตอนนั้นเช้ามาได้เวลาไปเรียนเปิดประตูออกมาจากบ้านพัก
อุทานกะตัวเองว่าโชคดีอะไรอย่างนี้ รถบัสกะลังจอดอยู่ที่ป้ายจอด
เลยรีบวิ่งไปขึ้น ระยะห่างออกไปประมาณห้าสิบเมตร
รถยังคงจอดอยู่
แล้วเรื่องไม่คาดคิดก้อเกิดขึ้น
ขณะกะลังจะถึงอีกเพียงยี่สิบเก้าเท่านั้น รถก้อออกวิ่งคับ
เอ้ยยยย กวักมือเรียก เดี๋ยวก๊อนนน
แล้วผู้หญิงแก่ๆผมสีขาวซึ่งเป็นคนขับ ก้อโบกมือบ๊ายบาย(โบกมือปติเสด)
บรึ้น บรื๊นนนน ฟ้าว
อะไรเนี้ย
รออีกแป้บนึงไม่ได้เรอะ แค่ไม่ถึงนาทีก้อรอไม่ได้!!
จะรีบไปไหน ทำอย่างกะคนขึ้นเยอะมากงั้นอะ
ไม่ง้อวุ้ย ฮึ่มๆๆ
ตั้งแต่นั้นมาก้อไม่เคยคิดจะขึ้นรถส่งของมหาลัยอีกเลย ไม่ง้อ

เหะๆๆ กลับมาที่ไปหาห้องเรียนกันต่อ ตะกี้มันเรื่องหลังวันเรียนวันแรกๆน่ะคับ
ถึงตึกเอสแอล (Engineering/Science & Technology) พอดี
ตึกคณะวิศวะ ตัวตึกไม่ใหญ่มาก แต่ทางเดินค่อนข้างซับซ้อนวกวน
เดินหาห้องเรียนอยู่ไม่นาน ในที่สุดก้อเจอห้อง เอสแอลหนึ่งสามสูน
เอ ทำไมไม่มีใครอยู่ล่ะ
ห้องก้อมืดสนิท แถมห้องล็อกซะด้วย
เอะใจเล็กน้อย หยิบตารางมาดู
ก้อใช่นี่หน่า ไม่ผิดหนิ อืออออ
ตอนนั้นก้อยืนหน้างงอยู่หน้าห้อง
รออยู่ ห้านาทีก้อแล้ว สิบนาทีก้อแล้ว คนที่เดินๆอยู่ก้อค่อยๆหายไป 
ไม่มีอะไรผิดปกติหนิ ทำไมถึงเข้าห้องเรียนไม่ได้ล่ะ
จนได้เวลาเรียนก้อไม่มีคนมาแฮะ
เลยรีบไปหาอาจานที่ปรึกษาช่วยไขปัญหาคาใจ
"Sl 130 น่ะ มันตึกโน้นไม่ใช่ตึกนี้" อาจานบอก
"ห๊า!?" ปอทำหน้าเบี้ยว
เฮ้ยจริงด้วย!!!
อ่านว่าเอสไอ ไม่ใช่เอสแอล
ไอตัวใหญ่นี่หว่าาา เอสแอลต้องเขียนอย่างนี้ SL
เหอเหอเหอ
วันแรกก้อสายด้วยประการละฉะนี้นี่เอง

เข้าเรียนไปตอนแรกๆ
ฟังอาจานสอนไม่ค่อยรู้เรื่องเลย
สำเนียงฟังไม่ค่อยออกก้อเรื่องนึง เรื่องที่สอนก้อยากด้วย
ห้องเรียนเหมือนเมืองไทย
ห้องสี่เหลี่ยม มีโต๊ะเล็คเชอร์ โต๊ะนั่งอาจานตั้งอยู่หน้าห้อง
คนเข้าเรียนเต็ม มีทั้งคนสูงอายุหัวขาว คนดำใส่หมวก ฝรั่งตัวใหญ่
บรรยากาศตอนเรียนเงียบมาก นั่งนิ่งเงียบสงัด
แต่ก้อมีการสอบถามจากอาจานและนั่งเรียนบ้าง
อาจานสอนเหมือนปกติ เปิดหนังสือดูโน๊ต เขียนกระดานดำ
เวลาเขียนกระดานดำจะเห็นไข่ดาว
ไข่ดาวไม่ใช่อะไรที่ไหน เป็นหัวเหม่งอาจาน ฮะฮะ
ก้ออย่าหันหลังเขียนกระดานดำมากสิคับ
อันนี้เป็นวิชา Linear Circuit Analysis ll

วิชาอังกฤษก้อเป็นอีกตัวนึงที่น่าหนักใจ
คนเรียนไม่เท่าไหร่ ห้องนึงแค่สิบสี่สิบห้าคนเท่านั้น
เวลาเรียนก้อแค่ชั่วโมงนึงเท่านั้น
แต่หนึ่งชั่วโมงอะไรทำไมมันรู้สึกนานอย่างนี้
อาจานจะคอยถามตลอด
เวลาไม่มีใครตอบ ให้ความรู้สึกอัดอัดอย่างมาก
และอาจานจะให้จัดกลุ่มคุยดิสกัสชั่นทำเป็นกลุ่มตลอด
หนึ่งชั่วโมงเหมือนเป็นสามชั่วโมง
เรียนแล้วรู้สึกเหนื่อยยังไงก้อไม่รู้
เอาน่ะ ไอ้ปอพยายามๆหน่อย สู้ๆ

ยังดีหน่อย ที่เค้าเปิดเทอมวันพุธ ทำให้ยังมีเวลาปรับตัวได้อีกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์
แล้วเค้ามีจัดงานแนะนำสต๊าฟและอาจารย์ของคณะวิศวะวันหยุดนี้ด้วย
ไม่ไปได้ไงคับ แฮมเบอร์เก้อฟรีกินไม่อั้นหนิ
และแน่นอนคับ งานเลี้ยงวิศวะแบบนี้ต้องมีเกมเกี่ยวกะวิศวะให้เล่น
เขาให้ชิ้นส่วนของเล่นมาชุดนึงให้ประดิษฐ์อะไรก้อได้ทำเป็นกลุ่ม มีกรรมการให้คะแนนด้วย
ผมเลยสวมรอยนักประดิษฐ์ ออกไอเดียสร้างเครื่องร่อนบนอากาศคับ
แต่ไม่สำเร็จมันพังง่ายเกินไป เลยเปลี่ยนแผนจะทำที่โยนหิน
แต่ว่ากลัวซ้ำกะกลุ่มอื่น เพราะว่ามันง่ายไป เลยหันเหจะไปสร้างรถวิ่งแทน
หุหุ สุดท้ายเวลาไม่พอ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมามากไปหน่อย
ด้วยความอัฉริยะภาพอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ กลุ่มเราได้ประดิษฐ์ หุ่นไล่กาติดผ้าคลุมซุปเปอร์แมน ขึ้นมา
มันน่ากลัวอย่างที่สุด มันยิ้มได้ด้วย โอ้ มันไล่กาได้ (มั้ง)
กรรมการตัดสินเห็นึงประกายความคิดอันยอดเยี่ยม แหวกแนวไม่เหมือนใคร
กรรมการเลยให้กลุ่มผมเป็นอันดับสุดท้ายคับ เอิ้ก
เสร็จแล้วก้อแจกรางวัลแก่กลุ่มที่สร้างได้เจ๋งที่สุดและค่อยๆไล่ลำดับลงมา
ผมได้ปากกามาด้ามนึง ภูมิใจจิงๆ
ก่อนกลับ
ยังไม่ลืมที่จะนำอาหารเก็บกลับบ้าน ห่อแร็บอย่างดี อิอิ
มีของกินไปอีกสองสามวัน

เรื่องของฟรียังมีอีกฮะ
คือพี่คนไทยที่อยู่ที่นี้ เค้าจะย้ายบ้าน
พี่เค้ามีหลายอย่างต้องทิ้งเพราะว่าบ้านใหม่มีของให้อยู่แล้ว และก้อถือโอกาสเคลียร์ของเก่าด้วย
ผมเลยไปช่วยพี่เค้าย้ายของตั้งแต่บ่าย โดยหวังว่าจะได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง
ทำไมถือ ปอ เป็นคนขี้ตืด ขี้งก อะไรฟรีก้อเอาหมดจังแฮะ
แหม ไปอยู่เมืองนอกก้อต้องประหยัดกันบ้าง ค่าใช้จ่ายมานแพงเนอะ
แต่ก้อไม่ได้เอาของเปล่าๆนะ
ไปช่วยพี่เค้าด้วย ดูดฝุ่น ขนของ ทำความสะอาด
กว่าจะเสร็จก้อเย็นเลยทีเดียว
ได้หนังสือ สมุด โคมไฟ มาม่าอาหารแห้ง (ชอบอย่างหลังมากๆ)
พอดีวันนั้น เป็นวันเกิดของพี่คนไทยอีกคนนึง
ไปฉลองที่บ้านพี่เค้ากันต่อ อาหารพี่เค้าทำเอง ฟรีจ้าาา
กินไปดูเทปวีโอ ตอนจบโอเล็มปิกมี่ประเทศกรีซ ยิ่งใหญ่อลังการจริงๆ
วันนี้ได้ของติดไม้ติดมือ+อิ่มอร่อยจุใจ
ฮ้าาา หลับฝันดี ^-^

อาหารการกินนี่สำคัญนะคับ
ถ้าไม่ได้กินฟรี นี่ลำบากพอดู
เพราะว่าร้านอาหารในมหาลัยก้อมีน้อยอยู่แล้ว ที่เปิดตอนกลางคืนยิ่งมีน้อยเข้าไปใหญ่
อีกอย่างคือสั่งอาหารที่เมืองนอกนี่ยากมากๆ
เขามักจะถามว่าใส่อะไรบ้าง
สั่งดับเบิ้ลชีสเบอร์เก้อต้องมีใส่อะไรอีกด้วยเหรอ
แล้วผมจะรู้ได้ไงว่าใส่อะไรเล่า ภาษาอังกิดยิ่งไม่เก่งอยู่
โตเมโต้ คิวคัมเบ้อ แล้วอะไรอีกอ่าาาา
เอานู้นมั้ย ใส่นี่เพิ่มป่าว
โดนถามแล้วเครียด
แต่พอมาคิดๆดูแล้วก้อขำเหมือนกัน
ถ้าฝรั่งมาเมืองไทยจะสั่งอาหารยังไงนะ
"ป้า ขอเล็กตกสิบไม่ผักชิ้นเนื้อชามนึง"
เมนูแบบนี้ไม่มีให้ดูด้วยสิ ฝรั่งจะสั่งยังไงนะ
small fallen noodle beef meatball without vegetable เหอเหอ
เพื่อตัดปัญหาเปลืองเงิน เรื่องการสื่อสาร และเพื่อความสะดวกรวดเร็ว
ปอก้อกลายร่างเป็นมนุษย์สำเร็จรูปไปซะแล้ว
วันๆกินแต่อาหารกล่องบะหมี่สำเร็จรูป
เปิดกล่อง เข้าเตา
นี่ถ้าไม่มีไมโครเวฟคงอดตายไปแล้ว
ขอบอกไว้ก่อนมาม่าก้อมีขายที่อเมริกาด้วยนะ ซองละยี่สิบเซ็น(ประมาณแปดบาท)

ถัดจากงานวันเกิดพี่คนไทยแล้วอาทิดนึงก้อมีงานให้กินฟรีอีกครับ
ถ้ากินฟรีนี่ไม่มีเบื่อคับ อย่าพึ่งเบื่อที่จะอ่านละกัน ฮ่าๆๆ
คราวนี้เป็นงาน Rib America เค้าโม้ว่ามีเนื้อซีกโครงที่อร่อยที่สุดในโลก
เขาให้ตั๋วกินฟรีซื้ออาหารได้จานนึง
งานเนื้อซีกโครงอันดับหนึ่ง ว้าวๆๆๆๆๆ
แต่ผมดันไปกินพะโล้หมู เวรกรรมจริงๆ
คือว่า รุ่นน้องชื่อตรอน มันอยากกินเนื้อหมู เลยไปซื้อมากิน
Rib America แต่ไม่กิน rib น่าขายหน้ามั้ยเนี้ย

ทว่าไฮไลท์ของวันไม่ใช่งานนี้คับ
แต่เป็นการแข่งขันเบสบอลระหว่าง
Indianapolis Indians VS Louisville Bats
ซึ่งมีแข่งที่เมืองผมพอดี ทีมเมืองตัวเองแข่งไม่ไปเชียร์ได้ไง
เกิดมาตั้งนานพึ่งมีโอกาสเข้าชมสนามเบสบอลเป็นครั้งแรก
สนามมีลักษณะเป็นโดม เข้าไปจะเห็นสกอร์บอร์ดขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่
ด้านหลังจะมีพื้นหญ้าเรียกว่าปิ๊กนิกโซนสำหรับให้คนมากางเสื่อนั่งกินนอนกินได้
เดินอ้อมไปด้านหน้าหรือด้านอัฐจรรย์ จะมีของกินของขายกิ๊ฟช๊อป
อืมมม ผู้หญิงเยอะดีแฮะ
คิกคิกคิก
ก่อนเริ่มมีการแนะนำนักกีฬา ร้องเพลงเปิด มีให้ประธารในพิธีปาเบสบอลเปิดด้วย
เกมเบสบอลเริ่มต้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ไม่ต้องโยนเหรียญเลือกข้างแบบฟุตบอล
เกมก้อดำเนินไปเรื่อยไม่มีคนพากย์ ถ้าไม่สนใจติดตามไม่รู้เรื่องแน่ๆ
คนดูก้อลุกๆเดินๆตลอด ดูวุ่นวายน่ารำคาญ ส่วนใหญ่ลุกไปซื้อเฟร้นฟรายจิ้มชีส
หืมมม ไม่แปลกใจเลยทำไมฝรั่งถึงอ้วน
ดูเหมือนว่าความน่าสนใจจะอยู่ช่วงพักระหว่างเกม(Inning) มากกว่า
มีการเอนเตอเทนตลอด เช่น
– Kiss Camera ถ่ายภาพออกจอยักษ์ ถ่ายไปที่คู่หญิงชายไหน
ให้คู่นั้นจูบกันโชว์ออกกล้อง คนเชียร์กันใหญ่เชียว
– BBQ Dash เอาคนมาใส่ชุดตุ๊กตาจั้มบ๊ะแล้ววิ่งแข่งกัน
– Music Chair เก้าอี้ดนตรี คนยืนจองเก้าอี้ไม่ยอมไปไหนแพ้ล่ะ ตลกดี
– Free Ball ยิ่งลูกเบสบอล กระจายไปทั่วอัฐจรรย์แจก ทำไมลูกบอลมันไม่มาทางผมบ้างง่ะ
-7 Inning Stretch ตามชื่อ ยืดเส้นยืดสายอินนิ่งเจ็ด
จบที่อินนิ่งเก้า ทีมอินเดียน่าโปลิสแพ้คับ
ถึงทีมเราจะแพ้ แต่ดูคนก้อไม่เสียใจอะไร
คนเค้าบอกว่าทีมนี้เชียร์ไม่เคยขึ้นอยู่แล้ว เหอๆ

ท้องฟ้ามืดแล้ว สนามเบสบอลถูกปิดไฟจนหมด
หลงเหลือเพียงแสงนวลๆจากพระจันทร์เท่านั้น
ประกายแสงเล็กๆวิ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ากลวงๆ
เสียงวิ้วดังและแตกระเบิดออกทำลายความเงียบ
สีแดงวาวสลับสีเขียวใสของพลุผุดขึ้นหลังจบการแข่งขัน
หวาววว เสียงคนอุทานดังขึ้นพร้อมๆกัน
ผู้คนแหงนหน้ามองสีสันของพลุไม่กระพริบตา
พลุค่อยทยอยกันพุ่งขึ้นไปอวดโฉมของมันจนเป็นพลุชุดใหญ่
เด็กๆพากันกรีดร้องชอบใจ บางคนตบมือแสดงความชื่นชม
สวยงามมากคับ
ผมอดที่จะยิ้มไม่ได้
อยากให้มีคนมายืนดูเคียงข้างจัง……
.
.
.
.
เริ่มเช้าวันใหม่กับการเรียนที่ยังมีต่อ
งานที่ดูเหมือนจะไม่มีวันเสร็จสิ้น การบ้านเยอะเหลือเกินคับ
ทุกครั้งที่มีเรียน จะได้รับการบ้านกลับมาทุกครั้ง
นี้เป็นสาเหตุทำให้ผมไม่เคยว่างเลยคับ เสร็จการบ้านวันนี้พรุ่งนี้ก้อมีต่อ
การบ้านเยอะมากเทียบไม่ได้กะตอนที่อยู่เมืองไทยแม้แต่น้อย
ใครจะมาเมืองนอกเตรียมใจไว้เลยว่าต้องทำการบ้านเยอะ
ที่สำคัญ อาจานบางคนไม่ยอมสอนอะไรเลย ให้แต่การบ้านให้ไปศึกษาเอง
หนักมากคับ เพราะว่าบางเรื่องไม่มีความรู้มาก่อน การบ้านสีห้าข้อใช้เวลาทำสามสี่ชั่วโมง
ยิ่งวิชาแล็บยิ่งแล้วใหญ่ นับเป็นวิชาที่ไม่รู้เรื่องมากที่สุดเท่าที่เคยเรียนมา
แต่ยังมีเรื่องดีอยู่บ้างคือระบบส่งการบ้านของที่นี้เป็นระบบออนไลน์ฮะ
อาจานจะโพสการบ้านในเว็บไซด์ให้นักเรียนไปเช็คเอง
พอทำเสร็จก้อส่งเมลล์หรือโพสกลับในเวลาที่กำหนด ถือว่าสะดวกมากทีเดียว
ส่วนใหญ่การบ้านผมจะส่งดึกๆ เพราะกว่าจะเสร็จก้อดึกแล้ว
ในเว็บไซด์มีทั้งบอกคะแนนที่สอบย่อยไป ตัวอย่างข้อสอบให้ลองทำ ติดต่ออาจานหรือนักเรียนคนอื่น
เรียกว่ามีครบเครื่องรสหมูสับจิงๆ ^-^

ช่วงอาทิดนี้จำนวณการบ้านลดลงแล้ว
เพราะว่าอาทิดหน้าจะเริ่มเป็นการสอบกลางภาคแล้ว..
ยังไม่ได้อ่านเลยง่ะ เงิ้วววว
เรื่องสุดท้ายคือ วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ผมจะกินยารักษาวัณโรคแล้วล่ะคับ
กินมาทั้งหมดหกเดือนวันนี้เป็นวันที่ยาหมด หรือตีความได้ว่า
ผมหายขาดจากวัณโรคแล้วววว เย้เย้เย้

แล้วคุณเป็นไงบ้างคับ?
สบายดีมั้ยคับ
เรียนเป็นไง สอบเสร็จยัง ทำงานเหนื่อยมั้ย
เขียนมาอัเมลล์มาหาปอบ้างนะคับ

อวยพรให้สอบได้ด้วยยยยยยยย
บ๋ายบายยย

<< ตอนที่แล้ว || ตอนถัดไป >>

Categories: Hippo's Journal
  1. Oraphan Tatha
    December 31, 2012 at 20:20

    ดีใจด้วยนะคะ ที่พี่ปอไม่ต้องกินยาวัณโรคแล้ว แต่กินแค่หกเดือนเอง ^^ ดีกว่าต้องกินตลอดชีวิตนะคะ

    อยากรู้ความรู้สึกเวลาที่ต้องกินยานานๆจัง อยากนี้ก็กินน้ำแก้วเดียวกันได้แล้วซินะ🙂

    อาจจะเขียนเมลล์มาช้า แต่ก็เขียนมาหาแล้วนะคะ

  2. kanomping
    June 13, 2011 at 00:20

    ฮิปโปๆๆๆ ไฟท์ติ้งน๊าาาาาาาาาา เค้าแต๊บไว้แล้ว เดี๋ยวมาอ่าน อิอิ

  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: